การเดินทางในโลกหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณ

     หากพูดถึงแดนไอยคุปต์สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคงไม่พ้น "พีระมิด" ชาวอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดไว้เพื่อเป็นที่เก็บพระศพและทรัพย์สมบัติของฟาโรห์เพื่อนำไปใช้ยังโลกหน้า นอกจากนี้ยังมีการทำมัมมี่เพื่อรักษาสภาพศพรอวันที่ผู้ตายคืนร่างอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าชาวอียิปต์โบราณให้ความสำคัญกับชีวิตหลังความตายเป็นอย่างมาก 

    ถ้าเป็นเช่นนั้นเมื่อตายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อ? วันนี้ผู้เขียนจะพาทุกท่านทำความเข้าใจกับชีวิตในโลกหลังความตายผ่านความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ

ที่มา : https://www.sanook.com/campus/1404172

                                          
    การฟื้นคืนชีพของชาวอียิปต์โบราณในที่นี้อาจหมายถึงการคืนชีพในโลกหน้า เพื่อมีชีวิตอมตะอ้างอิงจากคัมภีร์มรณะที่ถูกใส่ไว้ในโลงของผู้ตาย ซึ่งเชื่อว่าเป็นคู่มือเพื่อช่วยผู้วายชนม์ให้ไปยังโลกหลังความตายได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งคัมภีร์ยังกล่าวถึงการเดินทางและการพิพากษาครั้งสุดท้ายของดวงวิญญาณ
ที่มา : https://guru.sanook.com/7151/


    ความตายคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอีกโลกหนึ่ง
    
    เมื่อหมดลมหายใจดวงวิญญาณจะเดินทางไปยังโลกใต้พิภพ มีอุปสรรคมากมายทั้งทะเลสาบเพลิง  กำแพงเวทมนตร์ ทั้งหมดนี้ถูกเฝ้ายามโดยอสูรดุร้าย ผู้ตายสามารถผ่านไปได้ด้วยเวทมนตร์บนคัมภีร์
   
    เมื่อฝ่าฟันอุปสรรคสำเร็จด่านต่อไปคือ "ห้องโถงแห่งสัจจะ" ดวงวิญญาณจะต้องเผชิญหน้ากับเทพตุลาการทั้ง 42 องค์ เพื่อเปิดเผยบาปที่ไม่ได้กระทำ ซึ่งในคัมภีร์มรณะได้เขียนบอกไว้ทุกประการแล้วว่าผู้ตายควรพูดปฏิเสธอย่างไรบ้าง เมื่อผ่านการสารภาพบาป 42 ประการกับเหล่าตุลาการนี้แล้ว เทพอานูบิสที่มีเศียรเป็นหมาในจะนำพาดวงวิญญาณไปอยู่หน้าตาชั่งสีทองเพื่อพิพากษา

 ที่มา : https://www.silpa-mag.com/history/article_5922

                                       
    ให้หัวใจแห่งความจริงเป็นผู้ตัดสิน
    
    และนี่คือส่วนสำคัญ ในการตัดสินจะปรากฏเทพสำคัญองค์อื่นๆร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ขั้นตอนสุดท้ายในการพิพากษา เทพอานูบิสจะส่งหัวใจของผู้เสียชีวิตให้แก่เทพเจ้าโอสิริสเทพเจ้าแห่งความตาย และเทพโอสิริสจะวางหัวใจดวงนั้นลงบนตาชั่งข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งเป็นขนนกแห่งเทวีมาอัต (เทวีแห่งความสมดุลและความจริง) 
    
    หากหัวใจนั้นหนักกว่าขนนกเพราะบาปที่เคยก่อ ดวงวิญญาณนั้นจะถูกกัดกินโดยปีศาจอัมมิตที่มีลักษณะหัวเป็นจระเข้ตัวเป็นเสือดาวและฮิปโป ทำให้ดวงวิญญาณสูญหายไปตลอดกาล แต่ถ้าหากหัวใจดวงนั้นเบาหรือเทียบเท่ากับขนนก เทพเจ้าโอสิริสจะตัดสินให้เจ้าของหัวใจดวงนั้นได้ใช้ชีวิตในทุ่งต้นกก สถานที่ที่จะได้อยู่กับคนรัก ดินแดนที่ไร้ซึ่งความทุกข์ ความผิดหวัง ความเจ็บป่วยและความตาย

 ที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1812331



    เดิมทีความเชื่อนี้มีเพียงฟาโรห์เท่านั้นที่สามารถใช้ชีวิตในโลกหน้าได้ แต่จากหลักฐานใหม่ๆ อย่างเช่นมัมมี่ของบุคคลอื่นๆที่ไม่ใช่ฟาโรห์ ทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็มีสิทธิ์ใช้ชีวิตในโลกหลังความตายได้ 
แต่ถึงอย่างนั้นค่าใช้จ่ายในการทำพิธีกรรมก็ถือว่าสูงอยู่ดี เราจึงพบเห็นหลักฐานจากชนชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่

    ดูเหมือนว่าสิ่งที่ชาวอียิปต์โบราณกลัวมากกว่าความตายนั้น ก็คือเมื่อพวกเขาหมดเวลาบนโลกใบนี้แล้ว จะไปเจอกับอะไรต่อไป? ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร? พวกเขาจึงมีตัวเลือกสำหรับคนรวยให้ได้ใช้ชีวิตอย่างผาสุขในโลกหลังความตาย แม้ปัจจุบันในทางวิทยาศาสตร์มีทฤษฎีต่างๆเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย แต่ก็ไม่มีอะไรสามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าเมื่อเราตายไปแล้วจะเป็นเช่นไร มีนรก มีสวรรค์ หรือการตายเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า ไม่มีโลกมีโลกหน้า ไม่มีการพิพากษาอย่างที่ชาวอียิปต์โบราณเชื่อ?

   และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือตำนานความเชื่อหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณ ผู้เขียนหวังว่าทุกท่านจะสนุกและเพลิดเพลินไปกับการท่องโลกหลังความตายในแบบฉบับของชาวอียิปต์โบราณ




ข้อมูลอ้างอิง
  • -อภิโชค เกิดผล.(2563,กุมภาพันธ์-มีนาคม).พินิจ “ความตาย” ในฐานะปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม.วารสารธรรมศาสตร์,39(1),183-201. https://kku.world/z9xl3
  • -TED-Ed thai. (2019,July 7). หนังสืออียิปต์แห่งความตาย:คู่มือจากโลกใต้พิภพ [Video]. Youtube.https://youtu.be/_djlosr2fFA
  • -The Matter. (2563). 'หนักดั่งขุนเขา เบาดั่งขนนก'หัวใจบนตาชั่งทองกับการพิพากษาสุดท้ายในโลกหลังความตาย. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2565, จาก https://kku.world/jb3ea
  • -ปรีดี บุญซื่อ. (2564). เส้นทางสำนักพิมพ์"อาลักษณ์"อียิปต์โบราณเจ้าของผลงาน"คัมภีร์มรณะ"ที่โด่งดัง. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2565, จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_5922
  • (2559). คัมภีร์มรณะคู่มือชีวิตหลังความตาย ใบเบิกทางสู่สวรรค์ของชาวอียิปต์โบราณ. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2565, จาก https://kku.world/6t4wd
  • -สืบ สิบสาม. (2563). คัมภีร์ท่องยมโลกของชาวไอยคุปย์. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2565, จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1812331


Comments